เมื่อโรนินสึคุโมะ ฮันชิโร่ขอทำพิธีฮาราคิริ ณ คฤหาสน์ตระกูลอิอิ เขาถูกเล่าเรื่องราวอันน่าสะพรึงของโรนินอีกคนที่เคยมาขอทำพิธีเช่นกัน ฮันชิโร่จึงเปิดเผยความเชื่อมโยงในอดีต และท้าทายความซื่อตรงของตระกูลอิอิด้วยเรื่องราวที่คาดไม่ถึง
922 รายการที่พบใน
เมื่อโรนินสึคุโมะ ฮันชิโร่ขอทำพิธีฮาราคิริ ณ คฤหาสน์ตระกูลอิอิ เขาถูกเล่าเรื่องราวอันน่าสะพรึงของโรนินอีกคนที่เคยมาขอทำพิธีเช่นกัน ฮันชิโร่จึงเปิดเผยความเชื่อมโยงในอดีต และท้าทายความซื่อตรงของตระกูลอิอิด้วยเรื่องราวที่คาดไม่ถึง
ปีกแห่งฝัน วันแห่งรัก (อังกฤษ: The Wind Rises, ญี่ปุ่น: 風立ちぬ คะเซะ ทะชินุ) เป็นภาพยนตร์อะนิเมะปี พ.ศ. 2556 แนวดราม่าและอิงประวัติศาสตร์ เป็นผลงานชิ้นสุดท้ายที่กำกับโดยฮะยะโอะ มิยะซะกิ ผู้กำกับอะนิเมะระดับตำนานของญี่ปุ่น เนื่อเรื่องของอะนิเมะอิงชีวประวัติของ ดร. จิโร โฮะริโกะชิ วิศวกรผู้ออกแบบเครื่องบินของบริษัท เครื่องยนต์สันดาปภายในมิตซูบิชิ ประจำโรงงานสาขานะโงะยะ
ไดเมียวเฒ่า "ฮิเดโทระ" ผู้เกรี้ยวกราด ปรารถนาจะวางมือและแบ่งปราสาททั้งสามให้แก่บุตรชายสามคน และยกตำแหน่งเจ้าแห่งแคว้นให้กับ "ทาโร่" บุตรชายคนโต จนทำให้มีปากเสียงกับ "ซาบุโร" บุตรชายคนที่สาม จึงได้ประกาศเนรเทศ "ซาบุโร่" ออกไปจากตระกูล เมื่ออำนาจตกสู่บุตร ฮิเดโทระกลับถูกลูกชายคนที่หนี่งกับคนที่สองรวมมือวางแผนกำจัดเขา! นำพามาซึ่งศึกสายเลือดเดือดพล่านไปทั้งแคว้น
ปี 1879 เคนชินและพวกพ้องเผชิญหน้ากับยูกิชิโระ เอนิชิ ศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดซึ่งเป็นน้องชายอดีตภรรยาของเคนชิน พร้อมกับลิ่วล้อที่ตั้งตาล้างแค้นอย่างไม่ปรานี
ภาพยนตร์ที่สร้างมาจากการ์ตูนชื่อดังที่ทุกคนต้องรู้จักอย่าง Samurai X เรื่องราวเกิดขึ้นในสมัยเมจิ ซึ่งระบอบศักดินาของญี่ปุ่นล่มสลาย ชายหนุ่มพเนจรที่มีชื่อว่า ฮิมุระ เคนชิน (ทาเครุ ซาโต้) ผู้มีอดีตเคยเป็นนักฆ่าผู้โด่งดังนามว่า ฮิโตคิริ บัตโตะไซ ภายหลังจากสงครามสิ้นสุดลง เขาเดินทางร่อนเร่ไปยังเมืองต่าง ๆ ตามชนบท เสนอตัวที่จะใช้ทักษะของเขาในการปกป้องผู้คน เพื่อเป็นการไถ่บาปให้กับหลายที่ชีวิตที่เขาเคยฆ่าทิ้งไปและปฏิญาณกับตนเองว่าจะไม่มีทางคร่าชีวิตผู้อื่นอีก แต่เมื่อบรรดาผู้คนที่เขารักถูกทำร้ายและทรมาน เคนชินต้องเลือกว่าจะยอมเผชิญหน้ากับอดีตอันดำมืดของเขาหรือไม่ เพื่อช่วยเหลือผู้คนเหล่านั้น
เมื่อเดินทางกลับมายังปราสาทของเจ้านาย นักรบซามูไรอย่างวาชิซึและมิกิถูกวิญญาณที่ทำนายอนาคตของพวกเขาเข้าสิง เมื่อส่วนแรกของคำทำนายของวิญญาณเป็นจริง อาซาจิ ภรรยาจอมวางแผนของวาชิซึก็กดดันให้เขาเร่งทำตามคำทำนายที่เหลือของวิญญาณให้เร็วขึ้นด้วยการสังหารเจ้านายของเขาและแย่งชิงตำแหน่งของเขา ผู้กำกับอากิระ คุโรซาวะได้นำเรื่อง "แม็กเบธ" ของวิลเลียม เชกสเปียร์มาปรับใหม่ในยุคศักดินาของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดของเขา
เป็นหนังที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือ The Seed and the Sower ของ Sir Laurens Jan van der Post โดยเป็นเรื่องราวที่มีฉากหลังเป็นช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 พูดถึงค่ายกักกันเชลยของญี่ปุ่นแห่งหนึ่งในเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งหนังเรื่องนี้ไม่ได้ฉายให้เห็นฉากระเบิดยิ่งใหญ่อลังการ ไม่มีเสียงปืนที่สาดใส่อีกฝ่ายอย่างไม่หยุดยั้ง แต่หนังเรื่องนี้แค่เล่าถึงผู้คนในค่ายกักกัน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายญี่ปุ่นที่มีสถานะและอำนาจเหนือกว่า กับฝ่ายอังกฤษที่ถูกจับมาเป็นเชลยและ มีสถานะอยู่ต่ำกว่า แต่แค่เพียงเท่านี้ ก็สามารถสะท้อนภาพของความขัดแย้งที่เป็นจุดกำเนิดของความรุนแรงต่างๆ ได้อย่างง่ายดายและเอาอยู่มากทีเดียว
โคทาโร่หนุ่มน้อยและสุนัขของเขาถูกไล่ล่าโดยนักฆ่าชาวจีนผู้ปราดเปรื่อง และได้พบกับโนเนม ชายแปลกหน้าลึกลับที่ถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับการไล่ล่าครั้งนี้ ทั้งสองได้ผูกพันกันด้วยการช่วยชีวิตสุนัขจากการถูกวางยาพิษ แต่ความวุ่นวายก็เกิดขึ้นเมื่อนักฆ่าพบตัวโคทาโร่ และโนเนมต้องเผชิญหน้ากับอดีตของตนเองก่อนที่จะพบกับชะตากรรมอันน่าสยดสยองอีกครั้ง
ในยุคแห่งการปฏิวัติ มารี อ็องตัวแน็ต และออสการ์ ฟรังซัวส์ เดอ จาร์เจ ผู้เป็นราชองครักษ์ ถึงทางแยกที่ต้องตัดสินใจ เมื่อผู้หญิงมีบทบาทสำคัญ
หนังสร้างจากมังงะ To All the Corners of the World เกี่ยวกับชีวิตของ ซูสุ (เรนะ โนเนน) หญิงสาวที่ย้ายเข้ามายังเมืองคุเระ ใกล้เมืองฮิโรชิมะ ที่นั้นเธอได้แต่งงานกับ ชูซาคุ โฮโจ (โยชิมาซะ โฮโซยะ) เสมียนประจำกองทัพเรือ และเริ่มต้นชีวิตใหม่จนกระทั่งในปี 1945 เมื่อกองทัพสหรัฐฯทิ้งระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา เธอรอดชีวิตมาได้ แล้วด้วยความมุ่งมั่นและความกล้าหาญ เธอก็พร้อมที่จะมีชีวิตด้วยความหวัง
ชินเยน แม่ทัพผู้เกรียงไกร กลายเป็นตำนานด้วยหัวใจสำคัญที่ตราไว้บนธงรบของเขาว่า “ปราดเปรียวดุจสายลม สงบนิ่งดุจพงไพร รุนแรงดังเพลิงไหม้ มั่งคงดั่งขุนเขา” เมื่อเขาใกล้สิ้นลมจากบาดแผลสาหัสของสงคราม ชินเยนสั่งให้ลูกน้องของเขาหาใครคนหนึ่งปลอมตัวเป็นตน เพื่อปกปิดการตายของเขาไม่ให้ฝ่ายศัตรูมารุกราน คนผู้ถูกเลือกมาให้เป็นตัวแทนนี้ ถูกเรียกว่า คาเกมูชา (หรือนักรบเงา) ทว่าคาเกมูชาผู้นี้เป็นแค่เพียงโจรถ่อยไร้ศักดิ์ศรี แต่เขากำลังจะพิสูจน์ตนให้กลายเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ที่บัญชาการซามูไรผู้ภักดีกว่า 25,000 นายได้ในที่สุด
เมื่อสงครามโบชินอันโหดร้ายปะทุขึ้นในญี่ปุ่น กลุ่มนักโทษประหารชีวิตก็รวมตัวกันเพื่อปกป้องป้อมปราการจากกองทัพจักรวรรดิ
เรื่องราวสองช่วงเวลาเกี่ยวกับความทรงจำของหญิงแม่หม้ายชาวญี่ปุ่น ที่เมืองนางาซากิหลังสงครามในยุค 1950s และที่ประเทศอังกฤษในช่วงสงครามเย็นในยุค 1980s เปิดเผยความลับที่เกี่ยวพันกับประสบการณ์ในอดีตและปัจจุบันของเธอในทั้งสองประเทศ
หลังจากการเสียชีวิตเมื่อไม่นานมานี้ของปู่ของเธอ Hamaji Ooyama ใช้ชีวิตไปวันๆ บนภูเขาที่ห่างไกลเพื่อล่าสัตว์หาอาหารและดูแลตัวเอง อยู่มาวันหนึ่ง พี่ชายของ Hamaji ซึ่งเป็นซามูไรผู้ทะเยอทะยานที่อาศัยอยู่ในเอโดะ ได้ส่งจดหมายเชิญให้เธอยุติชีวิตที่โดดเดี่ยวและไปอยู่กับเขาในเมือง อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอมารถึง เธอได้พบกับภาพที่น่าสยดสยอง—หัวของสุนัขหกหัวที่ถูกจัดแสดงไว้ให้ทุกคนเห็น หัวเหล่านี้เป็นของ Fuse กลุ่มลูกผสมมนุษย์-สุนัขแปดตนที่สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวเอโดะ Hamaji ช่วยชายประหลาดคนหนึ่งหลบหนีจากกลุ่มผู้ทำร้ายและไปถึงบ้านของพี่ชายเธอ ที่ซึ่งเขาขอให้เธอช่วยเขารวบรวมหัวของ Fuse สองตนที่เหลืออยู่ รวมถึงเงินรางวัลที่ได้รับการสนับสนุนจากโชกุน แต่มันพูดง่ายกว่าทำ—เนื่องจาก Fuse สามารถผสมกลมกลืนกับสังคมมนุษย์ได้อย่างแนบเนียนเกือบทั้งหมด—และชายผู้ใจดีที่ Hamaji เพิ่งช่วยเหลือนั้นก็ได้แสดงสัญญาณที่บ่งบอกความเป็น Fuse ออกมา
ปี 1590 ด้วยอำนาจ ของ ไดเมียว โทโยโทมิ ฮิเดะโยชิ ที่หมาย จะรวมญี่ปุ่น ให้เป็นหนึ่งเดียว นั้น จึงสั่งให้ มิสึนาริ ขุนศึกทหารกล้า นำทหาร 2 หมื่นนาย เข้าโจมตี ปราสาทโอชิ ที่เป็น ปราสาทรอง ด่านป้อมปราการ ในการ เข้าโจมตี โคดาวาระ นาริตะ นาว่ะจิกี ทำหน้าที่ ตัวแทน ผู้ปกครอง ปราสาทโอชิ ไม่สามารถ ยอมรับ เงื่อนไข ในการเจรจา เพื่อยินยอม พ่ายศึก ของ ทัพโทโยโทมิ ได้ จึงตกลง เปิดศึก ด้วยกำลัง พลทหารแค่ 500 นาย เพื่อต่อกร มหากองทัพ แห่งโทโยโทมิ ที่มีถึง 20000 นาย อย่างหาญกล้า และ ไม่หวาดกลัว ต่อความพ่ายแพ้ พวกเขา และเหล่าชาวบ้าน จะใช้กลยุทธ์ ใดในการ ต่อกร ครั้งนี้
นักข่าวสัมภาษณ์หญิงชราคนหนึ่งที่ถูกบังคับให้ค้าประเวณี เช่นเดียวกับผู้หญิงญี่ปุ่นคนอื่นๆ หลายคนที่ทำงานในเอเชียนอกประเทศญี่ปุ่นในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 เธอทำงานในซ่องของมาเลเซียชื่อซันดากัน 8